สสว.ร้องรัฐช่วยร้านค้าส่งและค้าปลีก หวั่นตลาดเปิดท้ายขายของและร้านสะดวกซื้อขยายตัวคลุมทุกพื้นที่ ทำร้านขายส่ง-ค้าปลีกปิดกิจการ ระบุแค่ครึ่งปีแรก ปิดไปแล้ว 9,000 ราย..
ผู้สื่อข่าวรายงานจากสำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) ว่า ขณะนี้ สสว. เป็นห่วงสถานการณ์ธุรกิจเอสเอ็มอี ประเภทร้านค้าส่งและค้าปลีกมาก เนื่องจากปัญหาเศรษฐกิจส่งผลให้จำหน่ายสินค้าได้ลำบาก รวมถึงคู่แข่งในตลาดเดียวกันขยายกิจการเพิ่มจำนวนมากขึ้น ทั้งร้านสะดวกซื้อในลักษณะของแฟรนไชส์, ร้านอิสระ, ตลาดนัด, ตลาดเปิดท้ายขายของ และกลุ่มยี่ปั๊วหันมาขายปลีกเพื่อความอยู่รอด ส่งผลให้ครึ่งแรกของปี ร้านค้าส่งและค้าปลีกในระบบปิดกิจการแล้ว 9,000 ราย คิดเป็น 39% ของเอสเอ็มอีที่ปิดกิจการทั้งหมด และยังพบว่าร้านโมเดิร์นเทรดยังมีกลยุทธ์การแข่งขันที่ได้เปรียบกว่า เช่น ลดราคาสินค้าสูงถึง 50-70% หรือให้สมัครสมาชิกเพื่อสะสมแต้มลดราคา, มีระบบบัตรเครดิต, แลกซื้อของขวัญ, จัดนาทีทอง, การอนุญาตให้นำสินค้าที่มีตำหนิมาคืนได้ เป็นต้น
ทั้งนี้ สสว.ต้องการให้รัฐบาลเข้ามาช่วยเหลืออย่างจริงจัง เช่น ออกกฎควบคุมเพิ่มเติม แม้บางกฎอาจขัดต่อความต้องการของผู้บริโภค แต่เพื่อผลประโยชน์ของประเทศและสังคมในระยะยาว เพราะหากปล่อยให้ร้านดิสเคาน์สโตร์หรือร้านสะดวกซื้อขยายสาขามากกว่านี้ อาจส่งผลให้ผู้บริโภคถูกครอบงำด้วยระบบบริโภคนิยม จนก่อให้เกิดหนี้สินและปัญหาอื่นตามมา พร้อมทั้งรัฐบาลควรหามาตรการช่วยเหลือแหล่งเงินทุน เพราะเอสเอ็มอีทั้งระบบยังขาดแคลนเงินในการพัฒนาธุรกิจรวมถึงร้านค้าปลีก จึงไม่สามารถแข่งขัน รวมถึงต้องเร่งพัฒนาสินค้า เนื่องจากสินค้าอาจไม่สดใหม่และไม่หลากหลาย รวมถึงเป็นร้านขนาดเล็กมีพื้นที่จำกัด ไม่สามารถซื้อสินค้าทุกยี่ห้อ ที่สำคัญยังราคาแพงกว่า
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เฉพาะเดือน พ.ค. ธุรกิจค้าส่งค้าปลีกได้ปิดกิจการมากถึง 4,500 แห่ง นอกจากจะมีการขยายตัวของคู่แข่งแล้ว ผลการศึกษาพบว่าพฤติกรรมกลุ่มลูกค้าของร้านค้าปลีกแบบดั้งเดิมได้เปลี่ยนไป บริโภคสินค้าในร้านค้าปลีกและร้านค้าส่งสมัยใหม่ ทำให้ลูกค้าร้านค้าส่งแบบดั้งเดิมลดลงมาก ขณะที่ผู้บริโภครุ่นใหม่ในเมืองมีงานรัดตัว และปัญหาการจราจรติดขัด ทำให้มีเวลาไปจับจ่ายซื้อของน้อยครั้งลง จึงนิยมไปจ่ายตลาดช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์ และต้องการห้างร้านที่มีสินค้าค่อนข้างครบทุกชนิด นอกจากนี้ ร้านรายย่อยยังขาดความรู้ด้านบริหารจัดการ เพราะส่วนใหญ่เป็นร้านค้าที่ตกทอดมาตั้งแต่รุ่นพ่อแม่ จึงมักได้รับมรดกของการทำธุรกิจแบบเก่า ซึ่งต่างจากร้านสะดวกซื้อหรือห้างขนาดใหญ่ ที่มีระบบการบริหารอย่างมีประสิทธิภาพ และมีระบบคอมพิวเตอร์
นายภักดิ์ ทองส้ม รักษาการผู้อำนวยการ สสว. กล่าวว่า สสว.มีนโยบายช่วยเหลือธุรกิจเอสเอ็มอี โดยการปรับปรุงคุณภาพเพื่อให้ทำธุรกิจต่อได้ ทั้งการพัฒนาสินค้า บริหารจัดการองค์กร และการตลาด ขณะที่ปัญหาของร้านค้าปลีกส่วนใหญ่ขาดการรวมตัวและอำนาจต่อรองกับผู้ผลิต จึงไม่มีโอกาสได้ส่วนลดที่ต่ำ ส่งผลให้ต้นทุนสินค้าแพงกว่าห้างขนาดใหญ่
ทั้งนี้ ปัญหาที่มีผลกระทบต่อเอสเอ็มอีไทยคือความผันผวนของราคาน้ำมันที่มีแนวโน้ม สูงขึ้น, ความไม่สงบทางการเมืองจนทำให้ผู้บริโภคขาดความเชื่อมั่น, เศรษฐกิจโลกชะลอตัว แต่ปัจจัยบวกที่จะช่วยเอสเอ็มอีมาจากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาล “จุดแข็งของร้านค้าปลีกคือตั้งกระจายตัวใกล้บ้านลูกค้า เช่น ที่ปากซอยหรือในซอยที่เป็นแหล่งชุมชน ต่างจากทำเลของห้างส่วนใหญ่จะอยู่ห่างจากที่พักของผู้ซื้อ รวมถึงเจ้าของร้านมีความสัมพันธ์ที่ดีกับลูกค้า หากพัฒนาจุดได้เปรียบให้เป็นโอกาสเชื่อว่าร้านค้ายังคงดำเนินกิจการได้ยั่งยืน”
-ไทยรัฐ-
“ไวอากร้า”ในรูปครีม ใช้ทากับผิวหนังได้โดยตรง จวน จะออกใช้ได้ในวันหนึ่ง ถ้าหากการทดลองเพื่อ ให้เกิดความมั่นใจในความปลอดภัยได้สำเร็จ…..
นักวิทยาศาสตร์แจ้งว่า ยาพวก “ไวอากร้า” ยาแก้อาการหย่อนสมรรถภาพทางเพศของบุรุษในรูปครีม ใช้ทากับผิวหนังได้โดยตรง จวน จะออกใช้ได้ในวันหนึ่ง ถ้าหากการทดลองเพื่อ ให้เกิดความมั่นใจในความปลอดภัยได้สำเร็จ
วารสารวิชาการ”การแพทย์ เรื่องเพศ” ของสหรัฐฯ รายงานว่า ครีมยานอกจากจะไม่ก่ออาการข้างเคียงอย่างอื่นแล้ว ยังจะออกฤทธิ์ได้เร็วขึ้น แต่คงยังจะต้อง ใช้เวลาอีกสัก 10 ปี กว่ายาจะใช้ได้
การประดิษฐ์ยานี้ในรูปเม็ดขึ้นได้ นับว่าเป็น ความสำเร็จของอุตสาหกรรมยาสมัยใหม่ ประมาณกันว่า มีผู้ชายทั่วโลกต้องพึ่งมันเรือนเป็นสิบๆล้านคน แต่ถึงจะมีคนส่วนใหญ่ใช้ได้ผล ก็อาจมีบางราย จะยังเกิดอาการข้างเคียง อย่างเช่นปวดหัว ตาพร่า หรือท้องเสีย ยิ่งกว่านั้นหากเป็นผู้มีปัญหาโรคหัวใจร้ายแรง หรือเพิ่งป่วยเป็นโรคสมองขาดเลือดมา ก็จะถูกแนะนำให้งดเว้น หรือใช้ด้วยความระมัดระวังอย่างยิ่ง
อย่างไรก็ดี หากยาถูกดัดแปลงให้เป็นครีมทา จะป้องกันปัญหาเหล่านั้นได้ ด้วยเหตุที่ยาจะออก ฤทธิ์เฉพาะแต่บริเวณบางแห่ง แทนที่จะไหลเวียนอยู่อย่างกว้างขวาง
-ไทยรัฐ-
คนร้ายทุบเก๋งซีอาร์วี “พจน์ อานนท์” ลักทรัพย์สินมีค่ากว่า 70,000 บาท ขณะเข้าไปประชุมเรื่องงานแล้วจอดไว้ริมถนนในซอยโชคชัย 4 เจ้าตัวส่งลูกน้องแจ้งจับโจรแทนเพราะติดโปรโมตหนัง “หอแต๋วแตก” แถมทีมงานที่จอดรถใกล้กันก็ซวยถูกทุบเอากล้องถ่ายรูป-โน้ตบุ๊กด้วย
วันนี้ (16 ก.ย.) เมื่อเวลา 14.00 น.นายวาทิน นะปา อายุ 34 ปี อยู่บ้านเลขที่ 89/39 หมู่ 7 แขวง/เขตลาดพร้าว กทม.ได้เดินทางเข้าแจ้งความกับ ร.ต.ท.ดุษฎี อู่วงศ์ พนักงานสอบสวน (สบ 1) สน.โชคชัย ว่า รถยนต์ยี่ห้อฮอนด้าซีอาร์วี สีขาว ทะเบียน ศอ 7348 กทม. ของนายอานนท์ มิ่งขวัญตา หรือ พจน์ อานนท์ ผู้กำกับภาพยนตร์ชื่อดัง ถูกคนร้ายทุบกระจกด้านซ้ายหลังได้รับความเสียหายรถ พร้อมขโมยทรัพย์สิน รวมมูลค่ากว่า 70,000 บาท โดยเหตุเกิดบริเวณภายในซอยโชคชัย 4 แยก 27 แขวง/เขตลาดพร้าว กทม.
จากการสอบสวน นายวาทิน กล่าวว่า ตนเป็นลูกน้อง ของพจน์ อานนท์ ได้รับมอบอำนาจมาแจ้งความแทน ซึ่งรถของพจน์ อานนท์ ถูกคนร้ายทุบกระจกเอาทรัพย์สินได้แก่ บัตรเครดิต บัตรเอทีเอ็มธนาคารพาณิชย์ต่างๆ กระเป๋าสะพายกุชชี่ โดยภายในมีกระเป๋าสตางค์ พร้อมเอกสารสำคัญต่างๆ รวมค่าเสียหายกว่า 70,000 บาท ซึ่งตนเดินทางมาแจ้งความแทนพจน์ อานนท์ในวันนี้ เนื่องจาก พจน์ อานนท์ ติดงานแถลงข่าวภาพยนตร์ “หอแต๋วแตก”
ต่อมาเวลาประมาณ 15.30 น.ผู้สื่อข่าวได้สอบถามไปยังนายพจน์ อานนท์ ทราบว่า ก่อนเกิดเหตุในเวลา 11.30 น.ตนและทีมงานได้ไปประชุมในซอยโชคชัย 4 พร้อมได้จอดรถไว้ริมถนน จากนั้นเวลาประมาณ 13.00 น.ประชุมเสร็จเดินออกมาจะขึ้นรถ พบว่ารถถูกทุบกระจกไปแล้ว และทรัพย์สินที่อยู่ภายในรถทั้งหมดก็ถูกขโมยไปเกลี้ยง อีกทั้งยังมี รถยนต์ของทีมงานถูกคนร้ายทุบกระจก และขโมยทรัพย์สิน ได้แก่ กล้องถ่ายรูป โน้ตบุ๊ก 1 เครื่อง ไปด้วย ซึ่งตนได้สอบถามชาวบ้านบริเวณใกล้เคียง ซึ่งชาวบ้านเล่าว่า ได้มีชายต้องสงสัยรายหนึ่ง มาด้อมๆ มองๆ ภายในรถของตน แต่ไม่ทราบว่ารถโดนทุบเอาทรัพย์สินไปตอนไหน ซึ่งปกติตนจะเป็นคนนำกระเป๋าสะพายติดตัวตลอดเวลา แต่วันนี้รีบจึงลืมไว้บนเบาะที่นั่งคนขับ และรถของตนจะติดฟิล์มดำสนิท โดยคนร้ายน่าจะส่องดูอยู่นาน จนรู้ว่าภายในรถมีอะไรบ้าง จึงอยากขอฝากไปถึงผู้ที่มีทรัพย์สินมีค่าอย่าทิ้งไว้ในรถยนต์ เพราะกลุ่มมิจฉาชีพจะก่อเหตุได้ง่าย
ทางด้าน ร.ต.ท.ดุษฎี กล่าวว่า ได้สั่้งการให้เจ้าหน้าที่ลงพื้นที่ตรวจสอบจุดเกิดเหตุ ซึ่งจากการตรวจสอบไม่พบว่าในพื้นที่ดังกล่าวมีกล้องวงจรปิด และบริเวณพื้นที่ใกล้เคียงก็ไม่มีกล้องวงจรปิดเช่นกัน อย่างไรก็ตาม จะเร่งสอบปากคำพยานแวดล้อม และให้กองพิสูจน์หลักฐานเก็บตรวจลายนิ้วมือแฝง ติดตามตัวคนร้ายมาดำเนินคดีต่อไป
-Manager Online-