อารักษ์ พรประภา กรรมการบริหาร บริษัท เอ.พี.ฮอนด้า จำกัด ยืนยันกำลังเร่งเรื่องอย่างเต็มที่เพื่อสรุปอนาคตของ รัฐภาคย์ วิไลโรจน์ ว่าจะยังคงลงแข่งในสังกัดทีมสต็อป แอนด์ โก (แซค) ต่อไปหรือไม่ หลังผู้จัดปรับกติกาใหม่ในฤดูกาลหน้า
หลังจากที่ฝ่ายจัดการแข่งขันจักรยานยนต์ชิงแชมป์โลกประกาศเตรียมยกเลิกการ แข่งขันรุ่น 250 ซีซี ที่เจ้าฟีมลงชิงชัยอยู่ในเวลานี้ ด้วยการเปลี่ยนไปใช้รถเครื่องยนต์ 4 จังหวะ 600 ซีซี ภายใต้ชื่อรุ่น โมโต 2 ในฤดูกาลหน้าแทน
ส่งผลให้อนาคตของ รัฐภาคย์ วิไลโรจน์ ที่กำลังชิงชัยในรุ่นดังกล่าวเป็นฤดูกาลที่ 3 ร่วมกับทีมสต็อป แอนด์ โก (แซค) ต้องสั่นคลอนทันที เนื่องจากยังไม่มีการยืนยันว่าทีมแข่งสัญชาติสเปนจะดำเนินการร่วมงานกับนัก บิดไทยต่อไปหรือไม่
ล่าสุด อารักษ์ พรประภา บอสใหญ่เอพีฮอนด้า เปิดเผยว่า “จากกติกาที่จะมีการเปลี่ยนแปลงในปีหน้า ประกอบกับฤดูกาลนี้เหลือการแข่งขันอีกเพียง 6 เรซ ทำให้เราต้องเร่งหารือถึงอนาคตของฟีมในปีหน้า ซึ่งเวลานี้นอกจากสต็อปแอนด์โก(แซค)ต้นสังกัดเดิมแล้ว ยังมีอีก 2 ทีมที่สนใจดึงเขาไปร่วมทีม”
“ในนามของเอพี ฮอนด้า เรากำลังหารือกับทั้งทีมสปอนเซอร์ ,ทีมโรงงานฮอนด้า (HRC) รวมถึงงบค่าใช้จ่ายที่น่าจะเพิ่มขึ้นอีกในปีหน้า อย่างไรก็ดีผมเชื่อว่าน่าจะได้ข้อสรุปในทางที่ดีในเร็ววันนี้”เสี่ยอารักษ์ เผยผ่าน ASTVผู้จัดการรายวัน
พร้อมกันนี้บอสใหญ่เอพีฮอนด้า ยังปฏิเสธข่าวที่เตรียมขยับฟีมขึ้นไปบิดในรุ่นโมโตจีพีว่า “จริงอยู่ที่ดอร์นา (ฝ่ายสิทธิประโยชน์) ให้ความสนใจที่จะดึงตัวฟีมขึ้นไปแข่งรุ่นโมโตจีพี (800 ซีซี) แต่ในความคิดของผมแล้ว ฟีมยังน่าจะต้องสั่งสมประสบการณ์จากรุ่นโมโต 2 ไปก่อน”
สำหรับ ฟีม ปัจจุบันรั้งอันดับ 14 ในรุ่น 250 ซีซี เพิ่งจะเดินทางออกจากสเปนไปยังสหรัฐเมริกา เพื่อเตรียมทำศึกเวิลด์จีพี รายการอินเดียนาโพลิส กรังด์ปรีซ์ ที่อินเดียนาโพลิส มอเตอร์สปีดเวย์ โดยจะแข่งขันในคืนวันที่ 30 ส.ค.นี้ ตามเ
ไรอัน กิกส์ ปีกจอมเก๋า แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ออกมายอมรับเหมือนฝันไปที่เห็น ไมเคิล โอเวน มาสวมยูนิฟอร์ม “ผีแดง” ในฤดูกาล 2009/10
แมนฯ ยูไนเต็ด ปฏิบัติการช็อกวงการลูกหนังด้วยการเซ็นสัญญาแบบไม่มีค่าตัวดึง ไมเคิล โอเวน อดีตลูกหม้อ “หงส์แดง” ลิเวอร์พูล คู่ปรับตลอดกาล มาสู่ถิ่นโอลด์ แทรฟฟอร์ด ในช่วงหน้าร้อนนี้
ซึ่ง ไรอัน กิกส์ ก็ยอมรับว่า ไม่คิดไม่ฝันว่าจะได้ โอเวน มาเป็นเพื่อนร่วมทีม “ผมไม่คิดว่าตัวเองจะได้เห็นภาพ ไมเคิล (โอเวน) มาสวมยูนิฟอร์ม แมนฯ ยูไนเต็ด แต่เขาได้แสดงให้เห็นแล้ว 2 นัดในฐานะนักเตะของเรา”
“ไมเคิล (โอเวน) คือ จอมทะลวงประตู เป็นธรรมดาที่คุณจะเลื่อมใสนักเตะที่สามารถทำได้ 17-18 ประตู ให้กับสโมสร หรือการเล่นให้ทีมชาติของเขา ไมเคิล เหมือนเครื่องจักรสังหาร สัญชาตญาณเกิดขึ้นมาพร้อมๆ กับเขาก็ว่าได้” อดีตกัปตันทีมชาติเวลส์ทิ้งท้าย
สำหรับ โอเวน ย้ายจาก “สาลิกาดง” นิวคาสเซิล ยูไนเต็ด น้องใหม่เดอะแชมเปียนชิป มาเล่นให้ แมนฯ ยูไนเต็ด โดยช่วงอุ่นเครื่องกับทีมรวมดารามาเลเซีย 2 นัด “เบบี้โกล” ทำได้นัดละประตูช่วยให้ต้นสังกัดคว้าชัยไป 3-2 และ 2-0 ตามลำดับ
-Manager Online-
ความคืบหน้าการพิจารณาคดีของ สตีเวน เจอร์ราร์ด ซึ่งตกเป็นจำเลยในคดีทะเลาะวิวาทจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อปีก่อนจนทำให้ ชายคนหนึ่งได้รับบาดเจ็บที่ไนท์คลับแห่งหนึ่ง โดยระหว่างการไต่สวน อัยการระบุว่ากัปตันทีมลิเวอร์พูลควบคุมตนเองไม่อยู่และชกคู่กรณีด้วยลีลา อย่างกับนักมวยอาชีพ
เจอร์ราร์ด ถูกตั้งข้อหาทะเลาะวิวาทร่วมกับจำเลยอีก 6 คนจากเหตุการณ์ทะเลาะวิวาทกับ มาคัส แม็กกี นักธุรกิจวัย 34 ปีและดีเจของ “เลานจ์ อินน์” ไนท์คลับแห่งหนึ่งในเมืองเซาธ์พอร์ทเมื่อเดือนธันวาคมปีก่อน จนคู่กรณีซึ่งเป็นดีเจของไนท์คลับแห่งดังกล่าวได้รับบาดเจ็บหลายแห่ง รวมถึงบาดแผลที่ศีรษะจนต้องเย็บถึง 4 เข็ม ตาฟกช้ำและฟันหักจากเหตุชุลมุน
มิดฟิลด์ทีมชาติอังกฤษพ้นผิดในข้อหาทำร้ายร่างกายจากเหตุการณ์ดัง กล่าวแล้ว หลังศาลยกฟ้องไปเมื่อเดือนมีนาคมที่ผ่านมา แต่ยังเหลือคดีทะเลาะวิวาทอีก 1 กระทง โดยเมื่อวันอังคารที่ผ่านมาเป็นการพิจารณาคดีวันแรก
เจอร์ราร์ด เดินทางมาต่อสู้คดีเพียงลำพังเนื่องจากจำเลยร่วมอีก 6 คนยอมรับข้อหานี้ไปแล้ว โดยระหว่างการไต่สวนมีการเปิดเผยว่าเหตุทะเลาะวิวาทดังกล่าวเกิดขึ้นจากการ ที่มิดฟิลด์วัย 29 ปีไม่พอใจที่ถูกปฏิเสธจาก แม็กกี เพื่อขอเปลี่ยนแผ่นเพลง ก่อนจะเรียกพรรคพวกอีก 6 คนกลับมารุมทำร้ายร่างกายของดีเจรายนี้
เจอร์ราร์ด เข้าสบทบกับการรุมทำร้ายด้วยหลังจากเพื่อนคนหนึ่งเปิดฉากฟันศอกใส่ก่อน ตามคำกล่าวของ เดวิด เทอร์เนอร์ อัยการของคดี “เพียงอึดใจเดียว เจอร์ราร์ด ก็ร่วมจู่โจมใส่ด้วยการเสยหมัดซึ่งเป็นลีลาและความเร็วอย่างกับนักมวยอาชีพ มากกว่าการเป็นนักฟุตบอล (ของเขา)”
ขณะที่ เจอร์ราร์ด ยอมรับต่อคณะลูกขุนว่าตนทำการต่อย แม็กกี จริง แต่ทำไปเพื่อป้องกันตัวเองและไม่ทราบว่านักธุรกิจคนดังกล่าวถูกฟันศอกก่อน แล้ว
แต่อัยการของคดีไม่เชื่อว่าเป็นเช่นนั้น “หากคุณ (คณะลูกขุน) พิจารณาว่า สตีเวน เจอร์ราร์ด ทำไปเพื่อป้องกันตนเอง คุณก็จะตัดสินให้เขาพ้นโทษ แต่สิ่งที่เรากำลังพูดอยู่จากเหตุการณ์นี้เกี่ยวข้องกับการใช้หมัดของ สตีเวน เจอร์ราร์ด ไม่ใช่การใช้เท้าของเขา ซึ่งมันห่างไกลจากการป้องกันตัวเองอย่างมาก”
ทั้งนี้การพิจารณาคดีจะดำเนินการกันต่อในวันพรุ่งนี้
-Manager Online-