คลังเก็บ

คลังเก็บสำหรับหมวดหมู่ ‘ข่าวบันเทิง’

คดีมรดกจบ ‘หนุ่ม’ คืนพระ แม่เลี้ยงยกที่ดิน

สิงหาคม 12th, 2009 admin ไม่มีความเห็น

วันนี้ (11 ส.ค.) ที่ศาลจังหวัดตลิ่งชัน ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ศาลได้นัดไต่สวนมูลฟ้องคดีหมายเลขดำที่ ด. 3411/52 ที่นายวุฒิโรจน์ หรือ “หนุ่ม” กรรชัย กำเนิดพลอย ฟ้องให้ศาลมีคำสั่งถอดถอน นางวิมลรัตน์ กำเนิดพลอย และนายอัคระ กำเนิดพลอย แม่เลี้ยง และบุตรต่างมารดาจากตำแหน่งผู้มีอำนาจจัดการมรดกของนายประกอบ กำเนิดพลอย บิดา ซึ่งเสียชีวิตด้วยโรคหัวใจที่โรงพยาบาลกรุงเทพ เมื่อปี 2547 ทิ้งกองมรดกที่ไม่ได้ทำพินัยกรรมมูลค่ากว่า100 ล้านบาทไว้เบื้องหลัง

ปรากฏว่าศาลไกล่เกลี่ยได้สำเร็จ โดยหนุ่ม-กรรชัย ยอมคืนพระฤาษี ศิลปะสมัยสุโขทัย มูลค่ากว่า 15 ล้านบาท และพระเครื่องอีก 2 องค์มูลค่า 6 ล้านบาท รวมมูลค่า 21 ล้านบาท นอกจากนี้หนุ่มจะต้องขอขมาแม่เลี้ยงและญาติพี่น้องที่เคยบาดหมางกัน ส่วนนางวิมลรัตน์ แม่เลี้ยงของหนุ่ม-กรรชัย จะต้องยอมคืนที่ดิน 26 ไร่ ที่ อ.ประทิว จ.ชุมพร รวมมูลค่ากว่า 28 ล้านบาท และจะต้องให้ น.ส.พลอยไพลิน กำเนิดพลอย หลานสาว ขอขมาหนุ่มด้วย นอกจากนี้ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า ตอนนี้ดาราดังกำลังเดินทางกลับไปบ้านเพื่อนำพระฤาษีและพระเครื่องมาคืนแม่ เลี้ยงในช่วงเย็นวันนี้ ขณะที่ น.ส.พลอยไพลินไม่อยากขอขมาดาราหนุ่มเท่าไหร่นักเพราะคิดว่าตนไม่ได้ทำอะไรผิด

-ไทยรัฐ-

“ลูกตาล” น้ำตาแตก เลิก “เอเอ” เหตุเข้ากันไม่ได้ ปิดตายไม่กลับไปคืนดี

กรกฎาคม 22nd, 2009 admin ไม่มีความเห็น

ลูกตาล อาริษา วิลล์“ลูกตาล” บ่อน้ำตาแตก เลิก “เอเอ” ยันไม่เกี่ยวมือที่สาม แต่เป็นเพราะความห่างและความคิดเห็นไม่ตรงกัน แจง พยายามปรับตัวแล้วแต่ก็ไปกันไม่ได้ เจ้าตัวยอมรับ เฮิร์ทหนักเพราะเต็มร้อยกับรักครั้งนี้ พร้อมกร้าวไม่มีทางกลับไปคืนดีกันอีกแล้ว

คบหาดูใจกันมานานร่วมปี แต่แล้วความรักของสาวเซ็กซี่ “ลูกตาล อาริษา วิลล์” กับแฟนหนุ่ม “เอเอ พีรวัชร์ เหราบัตย์” ก็ปิดฉากรักด้วยน้ำตา ซึ่งหลายคนมองว่าเป็นเพราะความเจ้าชู้ของฝ่ายชายหรือเปล่า เนื่องจากที่ผ่านมามักมีข่าวกับผู้หญิงอยู่เรื่อยๆ แต่กับเรื่องนี้สาวลูกตาลแจงทั้งน้ำตา ว่า ไม่ใช่เรื่องความเจ้าชู้ แต่เป็นเพราะความคิดเห็นไม่ตรงกัน แล้วปรับจูนกันไม่ได้มากกว่า

“คือเราเลิกกันด้วยดีค่ะ ไม่ได้ทะเลาะกัน ไม่เกี่ยวกับมือที่สามที่ผ่านมาเลยค่ะ ไม่เกี่ยวเลย มันเรื่องที่เราไม่คุยกันมาจนถึงทุกวันนี้ เป็นปัญหาที่ไม่ได้มาจากมือที่สามเลย คือปัญหามันมาจากตัวตาลและก็ตัวเขา มันเป็นปัญหาของสองคนมันมีอะไรหลายๆ อย่างและมาถึงวันหนึ่งวันที่ความคิดมันไม่เหมือนกันแล้ว”

“เรื่องเจ้าชู้ก็ไม่เกี่ยวค่ะ เพราะว่าตาลยังยืนยันเหมือนเดิมว่าพี่เอเอไม่ได้เป็นคนเจ้าชู้ เรื่องน้อยใจก็ไม่เกี่ยวค่ะ ปัญหามันไม่ได้มาจากตรงนั้นค่ะ แต่ว่าพี่เอเขาก็เป็นคนดีคนหนึ่งเท่าที่ตาลรู้จักมาก็ไม่มีอะไรที่เสียหาย คือมันอาจจะมีนิสัยของเรากับเขาบางอย่างที่ยังไม่พอใจกัน ซึ่งก่อนหน้านี้เราก็ได้มีการปรับตัวมาโดยตลอด ยิ่งช่วงหลังๆ มันเหมือนกับว่าอย่างล่าสุดที่เจอเราก็พยายามปรับ แต่ว่ามันไม่มีอะไรดีขึ้นก็เลยเหมือนกับว่าให้มันจบอย่างนี้ดีกว่า”

ส่วนหนึ่งเป็นเพราะความห่างทำให้ความสัมพันธ์ต่อไม่ติด
“เป็นเพราะว่าความห่างค่ะ ที่เราเหมือนกับว่าห่างกันไปสักพักหนึ่งมาเกือบเดือน แต่ไม่ได้ห่างกันไปเลยห่างกันก็ยังคุยกันอยู่ทุกวันแต่ว่าคุยน้อย แต่ไม่ได้ทะเลาะกันนะ เป็นเรื่องงานเพราะว่าพี่เขาต้องถ่ายละครแล้วตาลก็ต้องถ่ายละครด้วย มันก็เลยไม่ค่อยมีเวลาเจอกัน แล้วพอเจอกันมันก็ไม่เหมือนเดิม”

“ถือว่าตอนนี้เราเป็นอิสระต่อกันไม่มีพันธะต่อกันแล้วค่ะ คือที่บอกว่าพอเรามาเจอกันแล้วมันไม่เหมือนเดิมก็ไม่ทราบเหมือนกัน ว่าอะไรมันเปลี่ยนไป แต่ว่ามันสามารถรู้สึกได้ ไม่มีใครเปลี่ยนแต่ตาลรู้สึกว่าเวลาเราเจอกันมันไม่เหมือนเดิม ซึ่งตาลคิดว่ามันหนักนะเพราะว่าถ้ามันไม่หนักก็คงไม่ให้มันจบแบบนี้หรอก คบกันมาตั้งปีหนึ่งไม่มีใครอยากให้จบแบบนี้หรอก”

“ไม่มีใครบอกเลิกใครก่อนค่ะ เพราะว่าไม่มีใครมาบอกใครก่อนว่าเรามาเลิกกันเถอะ แต่ว่าที่คุยกันครั้งสุดท้ายมันเหมือนกับว่า เราคุยกันเออ มันเป็นเพราะอะไรเหรอ ก็คือคุยกันแล้วแล้วมันแบบ… ตาลก็ไม่รู้จะใช้คำพูดว่าอะไร ก็ไม่มีใครบอกแต่ว่าเราก็ต่างคนต่างรู้ในสถานะ ว่าเราควรที่จะอยู่โดยที่ไม่มีกันและกัน เฮิร์ทมันก็ต้องมี เพราะว่าหนึ่งปีที่ผ่านมาตาลค่อนข้างจริงจัง(เสียงสั่น) เหมือนกับว่าคบเขาคนเดียวไม่ได้ดูคนอื่นเลย มันก็เหมือนกับว่าพอไม่เป็นอย่างที่เราคิด มันก็เสียใจอยู่แล้ว เราก็ค่อนข้างคาดหวังอยากให้มันเป็นแบบนี้ต่อไปเรื่อยๆๆๆ คิดว่ามันไม่น่าจะมีปัญหาอะไรที่ทำให้ผิดใจกันหรือว่าเลิกกัน”

ลั่น หลังจากเปลี่ยนสถานะก็ยังไม่ได้ติดต่อกันเป็นจริงเป็นจัง แต่เสียดายเวลาหนึ่งปีที่คบหากันมา

“หลังจากที่เลิกกันก็มีได้ยินข่าวเขาบ้าง ว่าเป็นอย่างไงบ้างก็ได้ยินค่ะ ก็ยังมีแมสเสจหากันอยู่ตอนนี้คือเหมือนกับว่าไม่ได้ติดต่อแล้ว แต่ตอนแรกๆ ที่เลิกกันก็ยังมีแมสเสจของเขาของเพื่อนเขา จากที่เลิกกันคือเราก็ไม่ได้คุยกันเพราะว่าไม่พร้อมตอนนี้ค่ะ เพราะว่าถ้าเราคุยกันมันก็เหมือนกับว่าจะมีแต่แย่กันไป(ร้องไห้) แต่ตาลคิดว่าวันหนึ่งมันน่าจะเป็นเพื่อนกันได้ค่ะ วันหนึ่งที่ยังไม่ใช่วันนี้ เพราะว่าการที่มาเปลี่ยนความสัมพันธ์อย่างกะทันหันแบบนี้ มันก็ยังทำใจไม่ได้”

“เสียดายเวลา เพราะว่าตอนแรกคิดว่าเราน่าจะอยู่กันได้นานกว่านี้ แต่มันมาถึงแค่นี้ก็โอเคเสียดายนิดนึง เราก็ค่อนข้างเสียใจเพราะว่าถ้าบอกว่าไม่เสียใจเลยมันก็ไม่ใช่ เพราะว่าตาลค่อนข้างจริงจัง และเหมือนกับว่าตาลไม่ค่อยได้เปิดโอกาสให้ใคร(ร้องไห้) ก็คุยคนเดียว ตาลเสียใจนะ คือที่มันเป็นแบบนี้ทั้งตัวเขาและเราก็เสียใจเหมือนกัน”

เผย โอกาสรีเทิร์นเป็นศูนย์ แต่ยอมรับช่วงแรกๆ รู้สึกเหงา แต่ไม่ถึงขนาดคิดทำร้ายตัวเอง
“รีเทิร์นไม่ค่ะ ไม่ใช่ว่าเข็ดหรอกค่ะ แต่คิดว่ามันคงต่อกันไม่ติด เพราะว่าถ้ากลับมาคบกันเรื่องมันก็ยังเต็มหัวอยู่ แล้วมันก็จะคิดว่าทำไมๆๆๆ ซึ่งอย่าดีกว่าค่ะ คือถ้าคิดก็คงเหมือนกับว่าถ้ากลับมาเราก็คงจะจูนกันไม่เหมือนเดิม คงจะพอแล้วค่ะ เพราะถ้าเดินหน้าต่อแล้วก็คงจะไม่เดินหลังกลับไป ตาลคิดว่าโอกาสที่จะกลับไปเป็นเหมือนเดิมมันเป็นศูนย์ค่ะ”

“เหงาไหม ช่วงแรกๆ อาจจะมีบ้างอย่างอยากไปดูหนังแต่จะไปกับใคร ถ้าไปกับเพื่อนผู้หญิงก็จะรู้สึกแปลกๆ ก็เลยอาจจะเหงาในเวลานั้น แต่ตอนนี้ก็ทำใจได้ขึ้นเยอะค่ะ เพราะว่าถ้าตาลว่างตาลก็จะนั่งคิดแต่เรื่องเขา แต่ว่าทุกวันนี้ตาลก็ทำงานเกือบทุกวัน แล้วพอมาทำงานมันก็ทำให้เราไม่ต้องคิดเรื่องอะไร จริงๆ คือวันแรกที่เปลี่ยนสถานะก็ไม่ได้รู้สึกเจ็บอะไร แต่พอวันที่สองที่ตื่นมาก็มีรู้สึกบ้าง แต่ไม่ได้ถึงขนาดคิดที่จะทำร้ายอะไรตัวเอง ไม่มีคิดขึ้นมาในหัวเลย”

-Manager Online-

“ป๋าเทพ” กลัวล้มละลาย! หอบ 5 แสน วางศาลส่งแบงก์กรุงไทย

กรกฎาคม 22nd, 2009 admin ไม่มีความเห็น

เทพ โพธิ์งาม“ป๋าเทพ” เอาเงินครึ่งล้านวางต่อศาล เพื่อมอบให้ธนาคารกรุงไทย หลังถูกธนาคารฟ้องเป็นบุคคลล้มละลาย สุดดีใจเจ้าหนี้ให้เวลา 3 เดือน หาเงินมาโปะอีก 3 แสน

วันนี้ (21 ก.ค.) ที่ศาลล้มละลายกลาง ถ.แจ้งวัฒนะ นายสุเทพ หรือ ป๋าเทพ โพธิ์งาม ยอดดาวตลก และพิธีกรชื่อดังได้นำเงินจำนวน 5 แสนบาท มาวางต่อศาล เพื่อมอบให้ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) สาขาพัทยากลาง จ.ชลบุรี ในฐานะเจ้าหนี้ จากยอดหนี้ที่ยังค้างชำระ 8 แสนบาท จากยอดรวมทั้งดอกเบี้ยกว่า 3 ล้านบาท ซึ่งทางธนาคารกรุงไทย เจ้าหนี้แถลงผ่านเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ (จพท.) กรมบังคับคดี กระทรวงยุติธรรม ยินยอมให้นายสุเทพขยายระยะเวลาชำระหนี้ที่เหลืออีก 3 แสนบาทออกไปอีก 3 เดือน ทำให้ นายสุเทพ แสดงอาการดีใจ และกลับไปอย่างมีความสุข

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ก่อนหน้านี้ นายเทพ โพธิ์งาม ถูกธนาคารกรุงไทย เป็นโจทก์ฟ้องต่อศาลล้มละลายกลางให้เป็นบุคคลล้มละลาย เนื่องจากมีหนี้ค้างชำระถึง 3 ล้านบาทเศษ หลังจากไปซื้อทาวน์เฮ้าส์ ย่านหมู่บ้านอมรรัตน์ ต.หนองปรือ พัทยากลาง เมืองพัทยา จ.ชลบุรี ไว้ขายเก็งกำไรเมื่อ 10 ปีก่อน แล้วนำเข้าจำนองกับธนาคารกรุงไทย แต่หมุนเงินไม่ทัน จนขาดส่ง และถูกธนาคารกรุงไทย ยื่นฟ้องเป็นบุคคลล้มละลายดังกล่าว ซึ่งคดีอยู่ระหว่างพิทักษ์ทรัพย์เด็ดขาด ของกรมบังคับคดี

-Manager Online-