หลังมีกลุ่มนายจ้างเข้าสืบค้นประวัติผู้สมัครงาน ผ่านสังคมออนไลน์ ระบุข้อมูลในสังคมออนไลน์มีผลต่อการรับเข้าทำงาน
ประธานาธิบดี บารัก โอบามา แห่งสหรัฐฯ ออกมาเตือนบรรดาวัยรุ่นอเมริกันที่กำลังฮิตการเข้าไปเปิดเผยข้อมูลส่วนตัวบน เว็บไซต์เครือข่ายสังคมออนไลน์อย่าง Facebook และ Twitter ว่า การเปิดเผยข้อมุลส่วนตัวบนเว็บไซต์ดังกล่าวมากเกินไป อาจสร้างความเดือดร้อนให้แก่ตัวเองได้ในภายหลัง ทั้งนี้ คำแนะนำของโอบามาดังกล่าว มีขึ้นหลังจากที่มีการเปิดเผยผลการสำรวจที่พบว่า นายจ้าง 45% ใช้เว็บไซต์เครือข่ายสังคมออนไลน์ดังกล่าวเพื่อสืบค้นข้อมูลเกี่ยวกับผู้ สมัครงาน นายจ้างเหล่านี้ยอมรับว่า เนื้อหาในเว็บไซต์ที่พวกเขาเข้าไปสืบค้น เช่น ภาพถ่าย ข้อมูลเกี่ยวกับการเสพยา หรือดื่มสุรา การกล่าวร้ายอดีตนายจ้าง เพื่อนร่วมงาน และค้า ฯลฯ เหล่านี้ล้วนมีอิทธิพลต่อการรับสมัครเข้าทำงานทั้งสิ้น
-ไทยรัฐ-
ธปท.ยอมรับค่าเงินบาทแข็งโป๊กในรอบ 1 ปี แตะ 33.75 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐฯ เหตุดอลลาร์อ่อนยวบ เงินทุนต่างชาติทะลักเข้าตลาดหุ้น และผู้ส่งออกแห่ขาย ยืนยันเข้าแทรกแซงดูแลตลาดอยู่แล้ว
วันนี้ (16 ก.ย.) นางสุชาดา กิระกุล ผู้ช่วยผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) สายตลาดการเงิน กล่าวว่า ดัชนีเศรษฐกิจของสหรัฐฯในช่วง1-2 วันนี้ปรับตัวดีขึ้นมาก ทำให้นักลงทุนมีความเชื่อมั่นในการฟื้นตัวเศรษฐกิจ และพร้อมจะรับความเสี่ยงมากขึ้น ทำให้เงินสหรัฐไหลเข้าสู่ภูมิภาคเอกเชีย ทั้งในตลาดหุ้นและตลาดพันธบัตร ขณะที่ค่าเงินบาทนิ่งมาเป็นระยะเวลาหนึ่ง ทำให้ปริมาณการซื้อขายในตลาดค่อนข้างเบาบาง เมื่อมีเงินไหลเข้ามา ค่อนข้างมากกว่าปกติ ทำให้ค่าเงินบาทแข็งค่าขึ้นค่อนข้างเร็ว โดยยอมรับว่าธปท.ได้เข้าไปแทรกแซงตลาด เพื่อดูแลค่าเงินไม่ให้ผันผวนและแข็งค่าเร็วเกินไป
“ไม่ใช่แต่ธปท .ที่เข้าไป ดูแลค่าเงิน ในช่วง1-2 วันนี้ แต่ทุกสกุลในภูมิภาคก็เข้าไปดูแลค่าเงินกันหมด เพราะค่าเงินดอลลาร์สหรัฐฯ อ่อนค่าลงอย่างรวดเร็ว อย่างไรก็ตาม มองว่า ตลาดการเงินโลกยังมีความผันผวน และค่าเงินบาทที่แข็งขึ้นยังมีแนวโน้มทั้ง 2 ทาง ที่จะแข็งค่าขึ้น หรืออ่อนค่าลงได้ ทั้งคู่ เพราะหากมีดัชนีของสหรัฐฯตัวใดปรับตัวเลวลงนักลงทุนสหรัฐฯก็จะเกิดความไม่ มั่นใจและเงินก็จะไหลกลับสหรัฐอีก” ผู้ช่วยผู้ว่าการธปท. กล่าว
ด้าน นางผ่องเพ็ญ เรืองวีรยุทธ์ ผอ.อาวุโสฝ่ายตลาดการเงิน และบริหารทุนสำรอง กล่าวว่า ค่าเงินบาทที่อยู่ในระดับ 33.75 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐฯ ในช่วงบ่ายของวานนี้ (16 ก.ย.) อยู่ในระดับที่แข็งค่ามากที่สุดในรอบประมาณ 1 ปี อย่างไรก็ตาม ค่าเงินของประเทศเพื่อนบ้านในภูมิภาคได้แข็งค่าขึ้นใกล้เคียงกัน เนื่องจากค่าเงินดอลลาร์สหรัฐฯ อ่อนค่าลงอย่างรวดเร็ว และหากค่าเงินดอลลาร์สหรัฐฯ ยังคงอ่อนค่าลงอย่างรวดเร็วต่อเนื่อง คงยากลำบากที่จะค่าเงินสกุลอื่นๆ จะอยู่นิ่งๆ ได้ อย่างไรก็ตาม ธปท.ได้เข้าไปดูแลตลาด และค่าเงินบาทอย่างต่อเนื่อง และลดความผันผวนที่มีค่อนข้างสูง เพื่อให้ผู้ส่งออกสามารถที่จะแข่งขันได้ ขณะที่เหตุผลในประเทศที่ทำให้ค่าเงินบาทววันนี้ (16 ก.ย.) แข็งค่าขึ้น เป็นเพราะในช่วงที่ผ่านมา และวานนี้มีเงินลงทุนจากต่างประเทศไหลเข้ามาลงทุนในตลาดหุ้นไทยต่อเนื่อง และผู้ส่งออกเข้ามาขายเงินดอลลาร์ในตลาดเพื่อซื้อเงินบาทมากขึ้น
“เมื่อค่าเงินสหรัฐไหลลงเร็ว คงหนีไม่พ้นที่ค่าเงินบาทจะกลับมาแข็งค่าขึ้นเร็วด้วย”นางสุชาดา กล่าว
-ไทยรัฐ-
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำนักงานคณะกรรมการกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กทช.) ประกาศจัดงานประชุมรับฟังความคิดเห็นสาธารณะ หัวข้อ “การอนุญาตให้บริการสื่อสารความเร็วสูงด้วยเทคโนโลยีไร้สาย (Broadband Wireless Access)” ในวันที่ 11 กันยายน 2552 เวลา 9.00–16.30 น. โดยมีเนื้อหาเบื้องต้นคล้ายประเด็นเรื่อง 3G อาทิ คุณสมบัติผู้ขอใบอนุญาตหรือผู้เข้าประมูล รวมถึง ระเบียบต่างๆ เกี่ยวกับใบอนุญาตสำหรับผู้ที่จะมาขอใบอนุญาตฯ
ผู้สื่อข่าวรายงานต่อว่า อย่างไรก็ตาม การเปิดรับฟังความเห็นในครั้งนี้ จะนำความเห็นที่ได้จากประชาชนมาปรับปรุง เพื่อเร่งดำเนินงานต่อไป โดยกทช. เชื่อว่า เมื่อมีการเปิดรับฟังความคิดเห็นดังกล่าว กทช. จะสามารถรวบรวมข้อมูลเป็นร่างหลักเกณฑ์ได้อย่างเร็วภายในช่วงกลางเดือน ตุลาคม พร้อมเสนอให้ที่ประชุมคณะกรรมการ กทช. พิจารณาต่อไป ส่วนการพิจารณาให้ใบอนุญาตไวแม็กซ์นั้น คาดว่า จะรู้ผลภายในช่วงปลายปี 2552 ว่าผู้ประกอบการรายใดจะได้รับใบอนุญาตฯ และสามารถลงทุนดำเนินงานได้ภายในช่วงกลางปี 2553
-ไทยรัฐ-