คนร้ายทุบเก๋งซีอาร์วี “พจน์ อานนท์” ลักทรัพย์สินมีค่ากว่า 70,000 บาท ขณะเข้าไปประชุมเรื่องงานแล้วจอดไว้ริมถนนในซอยโชคชัย 4 เจ้าตัวส่งลูกน้องแจ้งจับโจรแทนเพราะติดโปรโมตหนัง “หอแต๋วแตก” แถมทีมงานที่จอดรถใกล้กันก็ซวยถูกทุบเอากล้องถ่ายรูป-โน้ตบุ๊กด้วย
วันนี้ (16 ก.ย.) เมื่อเวลา 14.00 น.นายวาทิน นะปา อายุ 34 ปี อยู่บ้านเลขที่ 89/39 หมู่ 7 แขวง/เขตลาดพร้าว กทม.ได้เดินทางเข้าแจ้งความกับ ร.ต.ท.ดุษฎี อู่วงศ์ พนักงานสอบสวน (สบ 1) สน.โชคชัย ว่า รถยนต์ยี่ห้อฮอนด้าซีอาร์วี สีขาว ทะเบียน ศอ 7348 กทม. ของนายอานนท์ มิ่งขวัญตา หรือ พจน์ อานนท์ ผู้กำกับภาพยนตร์ชื่อดัง ถูกคนร้ายทุบกระจกด้านซ้ายหลังได้รับความเสียหายรถ พร้อมขโมยทรัพย์สิน รวมมูลค่ากว่า 70,000 บาท โดยเหตุเกิดบริเวณภายในซอยโชคชัย 4 แยก 27 แขวง/เขตลาดพร้าว กทม.
จากการสอบสวน นายวาทิน กล่าวว่า ตนเป็นลูกน้อง ของพจน์ อานนท์ ได้รับมอบอำนาจมาแจ้งความแทน ซึ่งรถของพจน์ อานนท์ ถูกคนร้ายทุบกระจกเอาทรัพย์สินได้แก่ บัตรเครดิต บัตรเอทีเอ็มธนาคารพาณิชย์ต่างๆ กระเป๋าสะพายกุชชี่ โดยภายในมีกระเป๋าสตางค์ พร้อมเอกสารสำคัญต่างๆ รวมค่าเสียหายกว่า 70,000 บาท ซึ่งตนเดินทางมาแจ้งความแทนพจน์ อานนท์ในวันนี้ เนื่องจาก พจน์ อานนท์ ติดงานแถลงข่าวภาพยนตร์ “หอแต๋วแตก”
ต่อมาเวลาประมาณ 15.30 น.ผู้สื่อข่าวได้สอบถามไปยังนายพจน์ อานนท์ ทราบว่า ก่อนเกิดเหตุในเวลา 11.30 น.ตนและทีมงานได้ไปประชุมในซอยโชคชัย 4 พร้อมได้จอดรถไว้ริมถนน จากนั้นเวลาประมาณ 13.00 น.ประชุมเสร็จเดินออกมาจะขึ้นรถ พบว่ารถถูกทุบกระจกไปแล้ว และทรัพย์สินที่อยู่ภายในรถทั้งหมดก็ถูกขโมยไปเกลี้ยง อีกทั้งยังมี รถยนต์ของทีมงานถูกคนร้ายทุบกระจก และขโมยทรัพย์สิน ได้แก่ กล้องถ่ายรูป โน้ตบุ๊ก 1 เครื่อง ไปด้วย ซึ่งตนได้สอบถามชาวบ้านบริเวณใกล้เคียง ซึ่งชาวบ้านเล่าว่า ได้มีชายต้องสงสัยรายหนึ่ง มาด้อมๆ มองๆ ภายในรถของตน แต่ไม่ทราบว่ารถโดนทุบเอาทรัพย์สินไปตอนไหน ซึ่งปกติตนจะเป็นคนนำกระเป๋าสะพายติดตัวตลอดเวลา แต่วันนี้รีบจึงลืมไว้บนเบาะที่นั่งคนขับ และรถของตนจะติดฟิล์มดำสนิท โดยคนร้ายน่าจะส่องดูอยู่นาน จนรู้ว่าภายในรถมีอะไรบ้าง จึงอยากขอฝากไปถึงผู้ที่มีทรัพย์สินมีค่าอย่าทิ้งไว้ในรถยนต์ เพราะกลุ่มมิจฉาชีพจะก่อเหตุได้ง่าย
ทางด้าน ร.ต.ท.ดุษฎี กล่าวว่า ได้สั่้งการให้เจ้าหน้าที่ลงพื้นที่ตรวจสอบจุดเกิดเหตุ ซึ่งจากการตรวจสอบไม่พบว่าในพื้นที่ดังกล่าวมีกล้องวงจรปิด และบริเวณพื้นที่ใกล้เคียงก็ไม่มีกล้องวงจรปิดเช่นกัน อย่างไรก็ตาม จะเร่งสอบปากคำพยานแวดล้อม และให้กองพิสูจน์หลักฐานเก็บตรวจลายนิ้วมือแฝง ติดตามตัวคนร้ายมาดำเนินคดีต่อไป
-Manager Online-
มิถุนายน 25th, 2009
admin
วันที่ 25 มิ.ย. ที่กองบัญชาการตำรวจนครบาล(บช.น.) ผู้สื่อข่าวได้รับการร้องทุกข์จากชาวบ้านอาศัยในซอยลาดพร้าว ซอย 1 แขวงจอมพล เขตจตุจักร กทม. ได้รับความเดือดร้อนและตกอยู่ในความหวาดกลัว เนื่องจากมีโจรผู้ร้ายชุกชุมมาก เข้ามาก่อคดีลักวิ่งชิงปล้นเป็นประจำ เดือนหนึ่งๆ มีชาวบ้านหลายรายกลับบ้านในตอนเย็นค่ำก็ต้องหวาดระแวง แต่ก่อนเคยมีตำรวจสายตรวจ สน.พหลโยธิน ขับขี่รถเข้ามาตรวจตั้งแต่ต้นซอยยันท้ายซอย แต่มาภายหลังได้ยกเลิกตู้แดงที่อยู่ท้ายซอยออกไป โดยไม่ทราบสาเหตุ ก็ไม่มีเจ้าหน้าที่ตำรวจสายตรวจเข้ามาในซอยอีกเลย
“ล่าสุดเมื่อวันก่อนญาติของผู้ร้องถูกคนร้ายขี่มอเตอร์ไซด์ซ้อนกันมา 2 คน หวังจะกระตุกสร้อย แต่บังเอิญวันนั้นเขาไม่ได้ใส่ ก็เลยถูกคนร้ายจับหน้าอกแทน น่ากลัวจริงๆ ฝากคุณตำรวจช่วยผ่านมาดูให้พวกเราอุ่นใจบ้างเถอะค่ะ” ชาวบ้านลาดพร้าวซอย 1 กล่าว
-มติชน-
มิถุนายน 23rd, 2009
admin
แม่บ้านเคยทำงานห้างดัง! หัวหมอปั่นจักรยานออกตระเวนหาเหยื่อแผงขายลอตเตอรี่ สบโอกาสออกอุบายแลกเหรียญแม่ค้าแล้วลักแผ่นลอตเตอรี่ รีบขึ้นจักรยานปั่นหนี ตำรวจตามจับได้ขณะจ่ายตลาดแถวสะพาน 2 รับสารภาพหาเงินค่าเทอมให้ลูกเลยคิดขโมยลอตเตอรี่ไปขายต่อราคาแผ่นละ 100 บาท
วันที่ (22 มิ.ย.) เมื่อเวลา 13.00 น.ขณะที่ ร.ต.ต.มนตรี ขอดเตชะ หัวหน้าสายตรวจ สน.โชคชัย กำลังปฏิบัติหน้าที่ออกตรวจพื้นที่อยู่ก็ได้รับแจ้งเหตุคนร้ายชิงทรัพย์ ลอตเตอรี่ที่บริเวณหน้าธนาคารกรุงศรีอยุธยา สาขาถนนโชคชัย 4 ซอย 66 แขวงและเขตลาดพร้าว จึงนำกำลังสายตรวจ สน.โชคชัย รุดไปตรวจสอบที่เกิดเหตุ
เมื่อไปถึงเจ้าหน้าที่พบ นางนภาดา ยิ่งคุณาพร อายุ 37 ปี อยู่บ้านเลขที่ 21/50 หมู่บ้านร่มรื่น ถนนโชคชัย 4 แขวงและเขตลาดพร้าว ยืนรอให้การอยู่ด้วยอาการตื่นตระหนก โดยเจ้าตัวให้การว่า ขณะเกิดเหตุกำลังนั่งขายลอตเตอรี่อยู่บริเวณหน้าธนาคารดังกล่าว ก็มีคนร้ายเป็นหญิงผมยาว ผิวคล้ำ สวมเสื้อยืดสีน้ำตาล ทำทีเข้ามาขอแลกเศษสตางค์ ตนจึงหันไปหาเศษเหรียญในกระเป๋าให้ แต่จังหวะนั้นก็เหลือบมองไปเห็นคนร้ายแอบฉกเอาลอตเตอรี่ในแผงของตนไปแล้ว จำนวนหนึ่ง
“จากนั้นเขาก็จะแกล้งบอกว่า ไม่เป็นไรไม่แลกแล้ว พร้อมทั้งพยายามจะเดินออกไป ฉันจึงรีบร้องถามว่า ขโมยลอดเตอรี่ฉันไปทำไม แต่เขาก็บอกว่าเปล่า พร้อมทั้งรีบวิ่งไปขึ้นรถจักรยานที่มีคนร้ายเป็นผู้ชายอีกคนรออยู่ ก่อนที่ทั้งคู่จะรีบปั่นจักรยานหนีไป ฉันเลยรีบแจ้งตำรวจทันที หลังจากนั้น ก็มาตรวจดูที่แผง ก็พบว่า ลอตเตอรี่ที่คนร้ายขโมยไปมีเลขท้าย 02 จำนวน 9 ใบ และเลขท้าย 29 อีก 1 ใบ” นางนภาดา กล่าว
ต่อมาเจ้าหน้าที่กระจายกำลังกันออกติดตามจนกระทั่งพบหญิงต้องสงสัย รายหนึ่ง ทราบชื่อต่อมา คือ นางชวัลกร นาคเทียม อายุ 27 ปี อยู่บ้านเลขที่ 318 ซอยริมคลองลาดพร้าว 80 แขวงสามเสนนอก เขตห้วยขวาง กทม.ซึ่งรูปพรรณตรงตามที่ผู้เสียหายแจ้งความไว้ กำลังเดินอยู่บริเวณหลังตลาดสะพาน 2 ซอยพัฒนาสมามัคคี แขวงและเขตวังทองหลาง จึงเข้าไปขอตรวจค้นตัวก็พบลอตเตอรี่ของกลางจำนวน 1 ใบ และเงินสดจำนวน 300 บาท เบื้องต้นเจ้าตัวให้การรับสารภาพว่าเพิ่งขโมยมาจริง จึงควบคุมตัวมาสอบปากคำและให้ผู้เสียหายชี้ตัวยืนยัน
จากการสอบสวน นางชวัลกร ให้การรับสารภาพว่า ก่อนหน้านี้ ตนทำงานเป็นแม่บ้านทำความสะอาดอยู่ที่ห้างโลตัส แต่เพิ่งลาออกมาทำงานเป็นแม่บ้านที่อื่นได้ไม่นาน ส่วนสาเหตุที่ต้องลงมือขโมยลอตเตอรี่นั้น ก็เพราะต้องการหาเงินไปจ่ายค่าเทอมลูก 2 คน โดยตั้งใจว่าจะเอาไปขายต่อในราคาใบละ 100 บาท ก่อนเกิดเหตุได้วางแผนกับ นายศราวุธ มโนมัยดำเกิง อายุ 29 ปี ผู้เป็นสามี ว่า จะขโมยลอตเตอรี่ไปขายต่อหาเงินใช้ เลยพากันปั่นจักรยานออกจากบ้านมาตระเวนหาเหยื่อ
นางชวัลกร ให้การต่อว่า เมื่อเจอผู้เสียหายนั่งขายลอตเตอรี่อยู่ที่หน้าธนาคาร ก็เข้าไปทำทีขอแลกเศษเงินกับผู้เสียหาย ก่อนจะอาศัยจังหวะทีเผลอแอบหยิบลอตเตอรี่ออกมาแค่ 2 ใบ เท่านั้น ไม่ได้หยิบมา 10 ใบตามที่ผู้เสียหายอ้าง และผู้เสียหายก็จับได้ว่าตนขโมย เลยรีบวิ่งมาขึ้นรถจักรยานให้สามีปั่นหนีมาทันที จากนั้นก็เอาลอตเตอรี่ใบหนึ่งไปขายต่อให้พี่ชายแล้ว ทั้งนี้ตนเคยถูกจับข้อหาลักทรัพย์ ในท้องที่ สน.โชคชัย เมื่อปี 2551 ติดคุกไป 1 เดือน มาถูกจับคราวนี้อีกก็สัญญาว่าจะไม่กลับไปขโมยอีกแล้ว
เบื้องต้นเจ้าหน้าที่แจ้งข้อหาวิ่งราวทรัพย์ ก่อนนำตัวไปดำเนินคดี พร้อมทั้งจะติดตามตัว นายศราวุธ สามีของผู้ต้องหาที่ร่วมก่อเหตุมาดำเนินคดีต่อไป
-Manager Online-